วิธีทำเว็บโหลดเร็ว จริงหรือใครก็ทำได้
จริง! ใครก็ทำได้ แต่ที่หลายคนทำไม่ได้ คือทำใจ
- คุณต้องเลิกใช้ CMS หรือ เว็บไซต์สำเร็จรูป ที่ตกยุค ด้วยธรรมชาติของ Platfrom ประเภทนี้มักถูกสร้างและพัฒนาขึ้นมาด้วยภาษาเขียนโค้ดที่อยู่นอกเหนือจาก NATIVE HTML เป็นจำนวนมากตัวอย่างเช่น PHP, JavaScript ซึ่งทำให้ไฟล์เว็บไซต์หนักอุ้ยอ้ายตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้นลงภาพแรกหรือวางเนื้อหาในส่วนแรกด้วยซ้ำ "ใหญ่มาแต่เกิด" 😁 เป็นผลทำให้ Browser ต้องทำงานหนักในการประมวลผล และกว่าจะส่งข้อมูลขขึ้นมาแสดงผลบนหน้าเว็บอย่างครบถ้วน คุณเคยเจอกับตัวเองหรือไม่ คนเข้าเว็บก็สะบัดตูดปิดหน้าเว็บหนีไปแล้ว
- ยอมรับความจริงว่า JavaScript คือ "หนี้สิน" ไม่ใช่ "สินทรัพย์" ทุกบรรทัดของ JS ที่ถูกเขียนเข้าไปประสม ยิ่งเขียนลงไปมากยิ่งเพิ่มลูกเล่นมาก ก็ยิ่งเท่ากับเพิ่มภาระโดยตรงให้กับ CPU บนมือถือของลูกค้า การขยับมาใช้เทคโนโลยี Static Site Generation (SSG) อย่าง Astro หรือหากยังทำใจไม่ได้ก็ขยับขึ้นไปอีกนิดเป็น Qwik ประดา Frameworks ล้ำยุคที่จะช่วยทำให้เราได้หน้าเว็บ HTML ที่แทบจะบริสุทธิ์ ซึ่งเบากว่าและเร็วกว่าการประมวลผลผ่าน Framework หนักๆ หลายเท่าตัว
- เลิกคลั่ง Database เลิกเชื่อสักทีว่ามันปลอดภัยจากการถูกแฮ็ค คลังข้อมูลที่อยู่ลึกและต้องใช้เวลามากมาย (Request-time) กว่าจะดึงขึ้นมาแสดงผลในแต่ละครั้ง เพราะเว็บไซต์ที่เร็วที่สุด เร็วกว่าและปลอดภัยยิ่งกว่า คือเว็บที่ "ไม่ต้องคำนวณอะไรเลย" เมื่อมีคนกดเข้าชม ข้อมูลทั้งหมดควรรอพร้อมเสิร์ฟอยู่แล้วในรูปแบบของ Static Files บน Edge Server ทั่วโลก ไม่ใช่ทำตัวเหมือนคนต้องวิ่งไปสะกิดฐานข้อมูลจอมขี้เกียจทุกครั้งให้ลุกขึ้นมาทำงานเมื่อมีการคลิกหรือ Touchscreen
- ทำสงครามกับ Layout Shift (CLS) ความเร็วที่แท้จริงไม่ใช่แค่ตัวเลขในเครื่องมือที่ใช้ชี้วัด หากแต่คือ "ความนิ่ง" ในสายตาของผู้ใช้งาน ดังนั้นการกำหนดค่าความกว้างความยาว (Width/Height) ให้รูปภาพและฟอนต์อย่างพิถีพิถัน จึงเท่ากับช่วยเพิ่มสมาธิให้ผู้อ่านและเพิ่มโอกาสแห่งความสำเร็จให้แก่เจ้าของเว็บไซต์หากเนื้อหาในหน้าเว็บไม่เลื่อนขึ้นลงหรือขยับโดดไปมาขณะถูกโหลด
- รีดประสิทธิภาพสื่อ (Media Files) โดยเฉพาะรูปภาพด้วย Next-Gen Formats เท่านั้น การใช้ JPEG หรือ PNG ในปี ค.ศ. ๒๐๒๖ คือการทำร้ายผู้ใช้งาน และถึงเวลาแล้วควรต้องเลือกใช้ AVIF และ WebP ที่ผ่านการประมวลผลแบบ Lossless Compression ในระดับ Byte ต่อ Byte เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดแต่มีขนาดเล็กกว่าไฟล์ทั่วไปถึง ๘๐%
- Inlining Critical CSS: แทนที่จะปล่อยให้ Browser วิ่งไปดาวน์โหลดไฟล์ CSS แยกต่างหาก เราควรเลือกฉีด (Inject) โค้ดที่จำเป็นสำหรับการแสดงผลไว้ตรงส่วนบนสูงที่สุดเท่าที่ทำได้ (Above the Fold) และจึงไล่ลงไปในเนื้อหาโดยตรง เพื่อให้หน้าเว็บปรากฏสู่สายตาชาวโลกภายในเสี้ยววินาทีแรกที่เริ่มโหลด
"เหล่านี้คือ ความลับที่ไม่ลับ 🤗 ความเร็วที่แท้จริง ไม่ได้วัดกันที่คุณอยากใส่อะไรเข้าไป แต่อยู่ที่...คุณกล้าตัดอะไรออกหรือไม่"
คลิก ทดสอบหน้าเว็บนี้อีกครั้ง
เว็บไซต์โหลดเร็ว จำเป็นจริงหรือ?
เว็บไซต์โหลดเร็ว จำเป็นจริง เพราะคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ GOOGLE SEARCH BOT นำไปใช้ในการพิจารณาจัดอันดับ ซึ่งแน่ล่ะต้องเร็วอย่างมีสาระเร็วอย่างมีคุณภาพ และตัวอย่างที่พบเห็นได้ง่ายก็จากเว็บไซต์นี้ ซึ่งไม่ใช่โหลดเร็วเพราะในหน้าเว็บแทบไม่มีอะไรเลยนอกเหนือไปจาก ชื่อเว็บไซต์ การแจ้งเป้าประสงค์ด้วยการระบุข้อความใน Title Tag และให้รายละเอียดโดยย่อถึงสรรพคุณและสินค้าบริการของตนเองด้วยการแทรกข้อความไว้ใน Description Tag ก่อนจะปิดท้ายด้วย เบอร์โทรศัพท์พร้อมการเชื่อมโยงให้คลิกยกหู ไอดีไลน์พร้อมการเชื่อมโยงให้คลิกเพื่อเพิ่มเป็นเพื่อนได้ง่าย และ ที่อยู่อีเมลที่ใส่รหัสป้องกัน SPAM BOTS แบบเต็มเหนี่ยว ซึ่งแน่นอนว่า ภาพประกอบเนื้อหา ก็ยังต้องมี เพราะหากเปรียบเว็บไซต์คือคนๆหนึ่งที่มีความคล่องแคล่วว่องไวระดับหาตัวจับยาก แต่คงเปล่าประโยชน์ยากจะมีใครคบ แม้แต่ GOOGLE SEARCH BOT ที่เป็นห่วงเป็นใย Users จะได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีพอ มากมายเสียเหลือเกิน ก็ไม่สนใจ ถ้าในตัวนอกจากไม่พกสิ่งใดมาแล้ว ยังแก้ผ้าเปลือยเปล่าล้อนจ้อนอีกด้วย 🤗
เว็บไซต์โหลดเร็ว แล้วไงต่อ?
คำตอบขึ้นอยู่กับเจตนาเริ่มแรกคืออะไร ถ้าทำขึ้นเพื่อใช้เป็นโปรไฟล์ เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงและให้ลูกค้าเฉพาะกลุ่มตนเองเปิดดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดตามข้อมูลข่าวสารที่จะมีเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลง นั่นก็เท่ากับประสบความสำเร็จแล้วสำหรับ "การสร้างความประทับใจแรก" รวมทั้งได้ยกระดับองค์กรหรือแม้แต่ตนเองให้พ้นจากระดับ "ไม่ธรรมดา"
แต่ถ้าคำตอบคือ สิ่งที่อยู่นอกเหนือไปจากนั้น ตั้งใจมีมันขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยทำมาหากิน ก็ต้องรุกต่อหลังจากได้มาแล้วหนึ่ง เพราะเว็บไซต์ที่โหลดเร็วอย่างมีสาระครบถ้วน เท่ากับเป็นเว็บที่มีสมรรถนะสูงที่สามารถมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมให้แก่ผู้เข้าชม (High Performance + USER GOOD EXPERIENCE) ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของ GOOGLE CORE WEB VITALS หนึ่งในเสาหลักจากทั้งหมดที่มีอยู่ ๔ ฉะนั้นลำดับต่อไปจึงต้องเข้าสู่ โหมด "แต่งเติมเสริมเขี้ยวเล็บ" เพื่อผลักดันให้เว็บไซต์เข้าไปโลดแล่นอยู่ใน "สังเวียน SEO ระดับ Hi-end" ซึ่งสำหรับ เว็บไซต์ติดหน้าแรก ในยุคปัจจุบันแล้ว มีอยู่สองสังเวียนด้วยกัน และ สำคัญ สังเวียนแรก (สิ่งที่มีมาก่อน) จะประสบความสำเร็จได้ ซึ่ง Google เหมือนใช้ตรงนี้เป็น "ตัวหลอก" หรือพวกเรากำลังหลอกตัวเองอย่างไม่ตั้งใจ คุณต้องโฟกัสเพื่อเอาชนะในสังเวียนที่สอง ผลักดันเว็บไซต์ของคุณให้เข้าไปโลดแล่นอยู่ในสังเวียนที่สอง (กล่องแนะนำด้วยข้อมูลสรุป - GOOGLE SEARCH GEMINI AI) ให้ได้เสียก่อน
คะแนน GOOGLE PAGE SPEED INSIGHTS - PHASE 3
อัปเดตล่าสุดหลังจากเพิ่มภาพผลงาน Gallery ๑๘ ภาพ - ความเร็วไม่ลดลงแต่กลับเพิ่มขึ้น!
First Contentful Paint
1.0 s
Fast
Largest Contentful Paint
1.2 s
Optimized!
Total Blocking Time
0 ms
Perfect
Speed Index
1.3 s
Hypersonic
ผลลัพธ์นี้พิสูจน์ว่า "ความเร็วระดับ ๒๐ มัค" เป็นไปได้จริง แม้จะมีเนื้อหาภาพจำนวนมาก ด้วยการใช้เทคนิคขั้นสูงและโครงสร้างที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ สูตรลับ Mister Know - Lightning Fast SEO Web Design based on GOOGLE CORE WEB VITALS
ตรวจสอบคะแนนล่าสุดด้วยตัวคุณเอง
คะแนนอาจมีการเปลี่ยนแปลงหากมีการเพิ่มเนื้อหาหลังจากนี้อีก
เว็บไซต์โหลดเร็วมีสาระ เสน่ห์ปลายจวักทำให้เว็บติดหน้าแรก
ภายในหัวข้อนี้มีคำตอบอยู่ในตัวแล้ว ฉะนั้น จบหัวข้อนี้ไว้เพียงเท่านี้ 😁 เพราะยิ่งเขียนหรือใส่เนื้อหามาก ยิ่งทำให้ไฟล์หน้าเว็บนี้ใหญ่ และเมื่อไฟล์หน้าเว็บนี้ยิ่งมีขนาดใหญ่มากขึ้นก็ย่อมยิ่งทำให้หน้าเว็บหน้านี้โหลดช้ามากขึ้นเท่านั้น และจะกลายเป็นสาเหตุทำให้ คนเข้าเว็บไซต์ ปิดเว็บหรือเปลี่ยนไปเปิดเว็บไซต์อื่นแทน และสุดท้ายโอกาสที่จะได้ลูกค้าก็จะเท่ากับ ศูนย์แล้วศูนย์อีกไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเท่าใด
ใครคิดอย่างนี้บ้าง ใครบ้างที่ไม่ชอบให้เว็บไซต์ตัวเองมีตัวหนังสือเยอะๆด้วยเหตุผลที่เข้าใจได้ง่ายคือ หน้าเว็บรก เขียนมากก็ไม่มีใครอ่าน ฉะนั้น ใส่ภาพให้มากเข้าไว้ เพราะ "หนึ่งภาพแทนคำพูดได้เป็นหมื่นเป็นล้านคำ" ซึ่งก็ถูกต้อง แต่แน่ใจหรือว่าถูกต้องสำหรับทุกเรื่องและทุกเหตุการณ์ เพราะหลายครั้ง การมีเพียงภาพแต่ไม่มีคำอธิบาย สภาพมันไม่ได้ต่างไปจาก คนใบ้ที่พูดไม่ได้จึงได้แต่ต้องใช้ภาษามือ และด้วยภาษามือนั้น ก็ใช่ว่าทุกคนจะเข้าใจ หรือเข้าใจตามที่ผู้สื่อต้องการได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ บางครั้งกับบางเรื่อง มีทั้งภาพมีทั้งตัวหนังสือก็ไม่ได้ช่วย ต้องออกท่าทางเพิ่มหรือเปล่งเสียงเป็นคำอธิบายเพิ่ม ด้วยเหตุนี้ในเว็บไซต์จึงควรใส่เนื้อหา-รายละเอียดที่เป็นตัวอักษรเข้าไปเถอะ ใครอยากอ่านก็จะได้อ่าน ใครอ่านแล้วยังไม่เข้าใจตลอด สงสัยตรงไหนก็ทักก็ถามได้ ก่อให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ที่ดี ส่วนใครไม่อยากอ่านก็แค่เลื่อนๆไปที่ภาพ
เนื้อหาน้อยหรือมากไปก็ไม่ดี "เอาที่มันพอดีหรือตามแต่ความจำเป็น"
ประการสำคัญ GOOGLE ป่าวประกาศแล้วว่า "พวกคุณควรเขียนให้คนอ่าน ไม่ใช่เขียนให้ GOOGLE CRAWLER BOT อ่าน ด้วยหวังจะให้หน้าเว็บถูกคัดเลือกและถูกจัดอันดับให้อยู่ในหน้าแรกของหน้าแสดงผลการค้นหาของ GOOGLE โดยการใช้ คำค้นหาเป้าหมายตัวอย่างเช่น รับทำเว็บไซต์ติดหน้าแรก ซ้ำๆ เกินความจำเป็นและความเหมาะสม"
หากคุณทำอย่างนั้น เนื้อหาที่ถูกสร้างขึ้นย่อมไม่ต้องตาต้องใจสำหรับมนุษย์ด้วยกัน ออกจะไปทางสร้างความรำคาญหรือสร้างความฉงนสนเท่ห์ว่า "เอะ เรากำลังเปิดเว็บไซต์คนบ้าอยู่หรือเปล่าวะเนี่ย" ซึ่งแม้แต่ตัวคุณเอง ในขณะที่สร้างหรือกำลังเขียนบทความอย่างนั้นอยู่ ผู้เขียนเชื่อเหลือเกินว่า ก็น่าจะรู้สึกรำคาญ ตะขิดตะขวงใจ เหมือนตัวเองไม่มืออาชีพสักเท่าไร...ครั้นฉุกคิดขึ้นได้ว่า มันช่วยทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกได้จริงนะ (ความจริง ช่วยทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกได้จริง "เมื่อวันก่อน" ไม่ใช่ "วันนี้") สุดท้ายจึงตัดสินใจ "ทำๆไปเถอะ" 😁 เว็บไซต์จึงไร้เสน่ห์! มนุษย์ด้วยกันก็ไม่ต้องการ GOOGLE CRAWLER BOT ซึ่งนอกจากไม่ต้องการแล้ว ยังขยำขยี้เหมือน ต้นฉบับที่ไร้ค่า และเตะโด่งให้ห่างออกไปจากหน้าหนึ่งไกลแสนไกล จนแม้แต่คุณเองก็หาเว็บไซต์ตนเองจากหน้าแสดงผลการค้นหาของ GOOGLE ไม่พบ 🥹ช่างน่าเศร้าเนอะ...
ที่ GOOGLE ป่าวประกาศ ผู้เขียนตกหล่นไปนิด...อย่างตั้งใจ 😁
เมื่อโฟกัสเนื้อหาไปที่มนุษย์ด้วยกันแล้ว อย่าลืมเพิ่มความใส่ใจด้วยการอำนวยความสะดวกให้ GOOGLE CRAWLER BOT ด้วยการแทรก JSON SCRIPT หรือ SCHEMA MICRO DATA เพื่อแสดงความชัดเจนให้รู้ว่า อะไรคืออะไร ซึ่งจากประเด็นนี้ ตอนก่อนหน้านี้ ณ จุดเริ่มต้น มนุษย์แบ่งออกเป็นสองฝักสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งปลาบปลื้มเหมือนได้ล่วงรู้เคล็ดลับที่ไม่ลับ ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งบ่นตัดพร้อ...ทำไมถึงได้เรื่องเยอะเบอร์นี้ GOOGLE CRAWLER BOT ไม่รู้จริงๆหรือว่า เนื้อหาในส่วนนี้คืออะไร และเนื้อหาในส่วนนั้นคืออะไร สุดท้าย...ก็ต้องตามๆกันไปอยู่ดี
ฉะนั้น หากต้องการ ทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรก ก็อย่าลืมใส่ใจ GOOGLE CRAWLER BOT สักเล็กน้อย และตรงนี้แหละที่ทำให้เกิดความแตกต่างใน การอัพเดทเนื้อหา (Content Update) ระหว่างโดย:
- ผู้มีประสบการณ์ด้าน SEO และ
- ผู้ไร้ประสบการณ์ด้าน SEO
และแม้ ผู้ไร้ประสบการณ์ด้าน SEO จะพยายามใส่ใจแล้วก็ตาม แต่ก็ยังติดอยู่ตรงความยากในการลงมือจริง เนื่องจาก การแทรก JSON SCRIPT หรือ SCHEMA MICRO DATA เพื่อให้มีประสิทธิภาพมักต้องทำงานกับ หน้าโค้ด (Source Page) โดยตรง และแม้บาง CMS อย่าง WordPress จะมีปลักอิน (Plugin) ช่วย แต่ก็ช่วยได้ไม่เต็มร้อย
จริงหรือ?! ปลักอิน WordPress ช่วยไม่ได้เต็มร้อย แล้วที่ติดหน้าแรกเป็นสิบเว็บไม่ใช่ WordPress หรือ?
to be continued...😁